วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

มาหัวเราะกันดีกว่า

ข้อดีของการหัวเราะ

images


 การหัวเราะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายใน 7 ระบบได้แก่ ระบบหายใจ (Breathing)
         ในระหว่างที่หัวเราะร่างกายมีการหายใจเข้า กลั้นหายใจ และหัวเราะ (หายใจออกยาวๆ) ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนถ่ายออกซิเจน ฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดง จึงทำให้เซลล์ประสาทหัวใจ ปอด คอ แข็งแรงขึ้น นอกจากนี้การหัวเราะยังช่วยบริหารร่างกายให้เกิดความร้อนและการเผาผลาญ พลังงานสูง ช่วยฆ่าเชื้อโรคและป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ทั้งไข้หวัด ภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส กรน ความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคปอด 


ระบบไหลเวียนโลหิต (Circulation and Cardio-vascular system)
         การหัวเราะบำบัดเป็นการออกกำลังทุกส่วนของร่างกายทำให้อวัยวะต่างๆ ได้เคลื่อนไหวเป็นจังหวะเร็วบ้าง ช้าบ้าง หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มากขึ้น หัวใจทำงานเป็นระบบขึ้น ป้องกันอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เหนื่อยง่าย เหนื่อยเร็ว เจ็บแน่นหน้าอก โรคขาดเลือด เส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคหัวใจ ตลอดจนอาการใจสั่น เสียงสั่น ตัวสั่น ตื่นตระหนกและประหม่าง่าย

ระบบพักผ่อนและผิวพรรณ (Rest and Skin system)

     
    การหัวเราะบำบัดช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ยืดหยุ่น ไม่ตึงหรือเกร็ง ทำให้ร่างกายเกิดการพักผ่อน นอนหลับสนิท ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่น และไม่เป็นโรคทางผิวหนัง ช่วยให้ร่างกายและจิตใจเกิดความสงบ มีสมาธิมากขึ้น


 ระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย (Digestion and Gastrointestinal)
         การหัวเราะบำบัดช่วยให้อวัยวะส่วนท้อง อาทิ ลำไส้ใหญ่ เล็ก ตับ ไต ไส้ กระเพาะ มีการเคลื่อนไหว เกิดการบริหารกระเพาะและลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายทำงานดีขึ้น ป้องกันโรคอ้วน โรคบูลิเมีย (Bulimia : โรคที่กินอาหารเข้าไปแล้วรู้สึกผิด จนบางครั้งต้องกินยาถ่าย หรืออาเจียนออก) หน้าท้องหย่อน ท้องป่อง โรคเบื่ออาหาร กินไม่ลง ท้องผูก ท้องเสีย โรคกระเพาะ โรคลำไส้ เป็นต้น



ระบบเจริญพันธุ์ (Reproduction)

         การหัวเราะบำบัดทำให้ร่างกายทุกส่วนขยับขับเคลื่อน ส่งผลต่อการทำงานของสมองส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนใน ให้ทำงานดีขึ้น เป็นระบบขึ้น ทำให้สมองคิดแง่ดี มองโลกแง่บวก อารมณ์ดี พัฒนาอารมณ์รัก และการมีเพศสัมพันธ์ และช่วยป้องกันอาการไร้อารมณ์ หงอยเหงา โดดเดี่ยว ไม่อยากเข้าสังคม การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และการเข้าสังคม
ระบบทำงานของต่อมไร้ท่อ (Endocrine)

         การหัวเราะบำบัดช่วยให้เซลล์ประสาททุกส่วนได้ขยับ ทำให้ระบบต่อมไร้ท่อทำงานเป็นปกติ ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดฟิน ทำให้อารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน มีความคิดดีและสร้างสรรค์ และช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ป้องกันโรคเบาหวาน ความดัน ดูอ่อนเยาว์ไม่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ลดอาการเครียดและความเจ็บปวดต่างๆ

สัญชาติญาณการอยู่รอด (Survival instinct)

         การหัวเราะบำบัดทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว แข็งแรง ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาท กระดูก กล้ามเนื้อ ร่างกายทำงานเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ป้องกันโรคไขข้อ โรคกระดูกต่างๆ ทั้งกระดูกพรุน ปวดหลัง ปวดเอว อ่อนเปลี้ยเพลียแรง โรคซึมเศร้า นอกจากนี้ยังช่วยทำลายสารอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย

         เอ้า! นอกจากจะช่วยให้คลายเครียด บ่งบอกถึงความสุขใจแล้ว การหัวเราะยังทำให้ร่างกายเราแข็งแรงอีกด้วย รู้งี้แล้วไปหัวเราะกันดีกว่าค่ะ 55555


เหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่


 
          "หัวเราะวันละนิดจิตแจ่มใส" คงเคยได้ยินวลีนี้มาบ้าง แต่มีน้อยคนที่ทราบว่า การหัวเราะไม่เพียงทำให้คนเรามีจิตใจที่แจ่มใสและเบิกบานได้เท่านั้น ทว่ามีประโยชน์มหาศาล หากเราดูแลตัวเองให้มีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพใจจะมีความสุข การหัวเราะจึงเป็นสัญญาณของความสุขที่เรามีได้อีกทางหนึ่ง

          - หัวเราะนั้นสำคัญไฉน

          พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผลการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการหัวเราะขำขันจากความรู้สึกในใจลึกๆ ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่มีประโยชน์ ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดหัวใจ ลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด และความวิตกกังวลได้ด้วย แถมยังทำให้นอนหลับสบาย และนอนได้เต็มอิ่ม เพราะการหัวเราะทำให้กล้ามเนื้อร่างกายทำงานเต็มที่ เพียงหัวเราะอย่างต่อเนื่อง 15 - 20 นาที ก็เทียบได้กับการออกกำลังกายหัวใจได้ประมาณ 3 - 5 นาทีแล้ว

          นัก วิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ เคยวิจัยโดยให้อาสาสมัครชมวิดีโอขำขันกันเต็มที่ ระหว่างนั้นก็วัดอัตราการไหลเวียนเลือดของพวกเขา ผลวิจัยพบว่า อัตราการไหลเวียนเลือดของอาสาสมัครดีขึ้นถึง 22% ซึ่งการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้นหมายถึงการช่วยรักษาสุขภาวะที่ดีให้กับหลอด เลือด ส่งผลช่วยยับยั้งการเกิดโรคหัวใจด้วย

          - แล้วการหัวเราะมีประโยชน์อย่างไรกับเด็กๆ

          คุณ หมออัมพรกล่าวมา แต่ถ้าพูดถึงเด็กๆ โดยปกติแล้วเด็กที่มีสุขภาพกายดีและมีพัฒนาการที่แข็งแรงจะเป็นเด็กที่มี สุขภาพจิตใจที่ดีและความสุข สัญญาณที่จะทำให้พ่อแม่รับรู้ได้ว่าเด็กมีความสุขก็คือ การหัวเราะนี่เอง ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ต้องหมั่นสังเกตลูกด้วยว่า เสียงหัวเราะของเขาจางลงไปบ้างหรือเปล่า เพราะเด็กๆ สามารถซึมซับความเครียดจากผู้ใหญ่ได้ แต่ไม่สามารถระบายออกมาให้ใครๆ เห็นได้ชัดเจน
พูดในเชิงทฤษฎี การหัวเราะกระตุ้นให้เกิดการหลั่ง "ฮอร์โมนโดพามีน" เป็นสารเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ การเคลื่อนไหว และความจำ

          ที่ สำคัญคือ เป็นฮอร์โมนลดความเครียด เมื่อความเครียดลดลง ระดับคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หากมีมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรค จะปรับลงมาอยู่ในระดับที่สมดุล การหัวเราะยังทำให้เราหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองได้มาก ยังผลให้พัฒนาการทางสมองดี แถมทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันเลือดลดลง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราควรหัวเราะกันให้มากขึ้น และไม่ลืมกระตุ้นลูกหลานให้หัวเราะไปกับเราด้วย

         
 มาสร้างเสียงหัวเราะกันดีกว่า

          เพราะ เสียงหัวเราะเป็นกุญแจสู่การมีสุขภาพดี ไม่ควรทำให้ขาดหายไปจากชีวิตประจำวัน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรหัวเราะให้ได้ 17 ครั้ง/วัน ส่วนเด็กๆ ถ้าได้หัวเราะ 400 ครั้งต่อวันจะทำให้มีสุขภาพดี ฟังอย่างนี้แล้วอย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องยาก เพียงคุณจัดสรรเวลาให้กับกิจกรรมประจำวันที่จะทำให้คุณผ่อนคลายมากขึ้น เสียงหัวเราะก็จะตามมาเอง

          ใน วันหยุด กำหนดช่วงเวลาทุกค่ำวันเสาร์เป็น "มูวี่ไนต์" ของครอบครัวแล้วเลือกหนังตลกหรือการ์ตูนขำๆ ที่เด็กๆ ชอบสักเรื่องหนึ่งมาชมร่วมกันทั้งครอบครัว แค่นี้ก็ได้ขำไปด้วยกันสองชั่วโมงเต็มอย่างไม่รู้ตัวแล้ว แถมยังได้กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกต่างหาก หรือบางครอบครัวที่งดการออกไปเดินเที่ยวในห้าง เพราะต้องการรัดเข็มขัดในช่วงนี้ ก็อาจเปลี่ยนมาใช้วิธีช่วยกันทำอาหารทานในบ้านช่วงวันหยุด แค่ได้ใช้เวลาร่วมกันนอกจากเสียงหัวเราะจะตามมา ความเครียดก็จะมลายหายไปได้ด้วย



          การ หัวเราะมีประโยชน์มากมายหลายอย่างทั้งกับร่างกายและจิตใจกับทุกคน ตั้งแต่เด็กๆ จนถึงผู้ใหญ่ด้วย พูดถึงการหัวเราะขนาดนี้...วันนี้คุณหัวเราะแล้วหรือยัง
ขอขอบคุณ http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/9327
http://planet.kapook.com/yujinka/blog/viewnew/97354 
ขอบคุณรูปภาพจาก http://variety.teenee.com/foodforbrain/42598.html 
http://www.2bemen.com/health/grooming/just-relax/how-to-take-care-of-your-mental-health 
http://utai-bey.blogspot.com/2009/10/blog-post_6385.html